Google E.A.T มาสร้าง Content SEO ให้ Google มาชิมกันเหอะ

ในปี 2020 นี้ เปิ้ลพบว่า การทำ SEO ที่มาแรงมากอย่างนึง คือ การสร้าง Content แบบ Google E.A.T

google E-A-T

เขียน content แบบ google E.A.T

ตอนอ่านบทความเรื่องนี้ครั้งแรก นึกว่า จะมีใครชวนไปเดท พาไปกินร้านอาหารอร่อยๆ ซะแล้ว แต่ความจริง มันคือ การเขียน Content เพื่อเรียกให้ Google มาเชิญชิม ผลงาน บทความของเรานั่นเอง โดยใช้หลักการง่ายๆ 3 ประการ ด้วยกัน คือ Google EAT SEO

E (Expertise) ประสบการณ์ของผู้อ่าน และ ผู้เขียน

A (Authoritativeness) ความเป็นเจ้าของผลงานในบทความชิ้นนั้น

T (Trustworthiness) ความน่าเชื่อถือ ของบทความ

ซึ่งทั้ง 3 องค์ประกอบนี้แหละ ที่จะช่วยดันอันดับ บทความด้าน SEO ของเราให้ติดอันดับที่สูงขึ้นได้

E (Expertise) ประสบการณ์ความเชี่ยวชาญผู้เขียน

การเขียนบทความ ในช่วงที่ผ่านมา บอกได้เลย บทความที่ขึ้นอันดับได้ดี และแสดงผลได้มาก ต้องเป็นบทความที่ตอบโจทย์ กับความต้องการ หรือการค้นหาของ ผู้ใช้ ซึ่งเป็นลักษณะของ Quick & Easy ที่ทาง Google พยายามตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ให้ได้มากที่สุด (ดูรายละเอียดได้ที่ SEO Trends 2020)

ทั้งนี้ ที่บทความเราจะต้องเน้น เรื่องความต้องการของผู้อ่าน ว่าอยากได้อะไร ในสิ่งที่เขาเข้ามาค้นหา ก็เป็นผลมาจากการปรับ Algorithm ของ Google ในเรื่อง RankBrain ที่ใช้เทคโนโลยี ของ AI+Machine Learning เข้ามาผสมผสานกัน เพื่อให้เข้าใจในการต้องการของผู้ค้นหาแล้วมาเจอให้ได้มากที่สุด และนี่เอง คือ การสร้าง content ที่มีความเป็นผู้เชียวชาญของผู้เขียน ว่า ผู้ค้นหาต้องการอะไรการจากค้นหาคำนั้น

อ่านแล้ว หลายคนอาจจะ งง ว่า แล้วเราควรเขียน Content แบบไหนล่ะ.. อย่างแรกเลย คิดให้ได้ก่อนว่า อยากให้คนค้นหาอะไรแล้วมาเจอเว็บเรา ลองใช้เครื่องมือ Keywords Research ต่างๆ และ Google Trends เพื่อดูว่า คนค้นหาอะไรบ้าง แล้วคิดต่อ ด้วย Search Term (คำค้นหา) เหล่านั้นเนี่ย คิดว่า เขาอยากเห็นอะไร?

เช่น คนไทยเรา จะชอบค้นหา ในลักษณะคำถาม ได้แก่ “Annual report คือ” นั่นหมายความว่า คนกำลังค้นหา ความหมายของคำว่า Annual Report ซึ่งผู้ค้นหา ไม่รู้ว่า คำๆ นี้ มันคืออะไร? เพราะฉะนั้น ที่สิ่งที่เขาต้องการก็คือ คำตอบจากผู้เชี่ยวชาญ ที่จะตอบในสิ่งที่พวกเขาค้นหา แน่นอนว่า บางคนอาจจะไม่ได้แค่ค้นหาเพื่ออยากรู้แค่มันคืออะไร เขายังต้องการมากกว่านั้น คือ ใครที่เป็นผู้เชียวชาญด้านการ รับทำ annual report ก็เป็นได้ ดังนั้น ในบทความของเรา ควร มีบทความที่ต้องตอบโจทย์ การค้นหาคำๆ นั้น และ ปริบทที่รอบที่อาจเกิดขึ้นจากการค้นหาคำๆ นั้นด้วย เช่น รับทำ annual report หรือ ตัวอย่าง annual report สวยๆ เป็นต้น

ทั้งนี้ มันจะทำให้เราและบทความของเรา ดูเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ ที่คนค้นหามาแล้วเจอ โดยอาจทำเป็น บทความอื่นๆ (link เสริม)ในหน้าเว็บเราเลยก็ได้เช่นกัน โดยในการทำให้บทความของเรา เป็นมืออาชีพ ก็ควรต้องมีทั้ง รูปภาพประกอบ vdo หรือส่วนอื่นๆ เสริมด้วยเสมอ (อย่ามีแต่ text อย่างเดียว)

A (Authoritativeness) ความเป็นเจ้าของผลงานในบทความชิ้นนั้น

eat seo - Authority

google eat seo – authority

จากการเป็นผู้เชียวชาญใน Google E ตัวแรกไปแล้ว บทความของเรา ต้องเป็นเจ้าของ หรือสามารถยืนยันความเป็นตัวตนในบทความของเราได้อีกด้วย

การที่ google ต้องออกมาเป็นแบบนี้ เพราะ google มีปัญหาในเรื่องการที่มีหลายคน พยายามทำ Duplicate Content (การไป copy เนื้อหาของคนอื่นมาใส่ในเว็บเรา) แล้วทาง Google ปรับ Algorithm ในเรื่องของ duplicate content ทำให้เว็บใหญ่ๆ หลายๆ เว็บที่ไม่มี content เป็นคนตัวเอง แต่อาศัย copy เนื้อหาจากคนอื่นมา อันดับร่วงลง อย่างมาก ทั้งนี้ รวมถึงเจ้าของบทความที่เขียนคนแรกอีกด้วย และการ Authorize นี่แหละ จะไม่ทำให้เจ้าของผลงานถูกดึงอันดับตกลงไป เพราะยืนยันตัวตนได้ว่า เป็นเจ้าของผลงานนั้นๆ

(การแก้ Duplicate content สามารถแก้ไข code ได้ด้วยคำสั่ง Canonical อยู่แล้ว แต่การ Authorize แบบนี้ จะสะดวกมากขึ้น)

T (Trustworthiness) ความน่าเชื่อถือ ของบทความ

google eat trust

google eat seo – trust

เมื่อบทความของเราสร้างจากความเชี่ยวชาญของเรา ที่สามารถยืนยันตัวเองว่าเป็นเจ้าของผลงานในบทความชิ้นดังกล่าวได้แล้ว อีกส่วนที่จะขาดไม่ได้เลย คือ การที่บทความนี้ ได้รับความเชื่อถือ ทั้งจาก หน้าเว็บในบทความของเราเอง เช่น ถ้าบทความนี้ จบด้วยการขายสินค้าบางอย่าง ก็ควรมี ชื่อ เบอร์โทร ของเจ้าของสินค้า หรือการเข้ารหัสเว็บไซต์แบบ SSL ได้ด้วย

หรือ ความน่าเชื่อถือ ของบทความ ที่ได้รับการแนะนำจาก เว็บไซต์อื่น เช่น Tripadvisor หรือ google My business ทั้งนี้ รวมถึงการใช้ Influence Marketing (การตลาดแแบผู้ทรงอิทธิพล) ที่แนะนำสินค้าหรือบริการของเรา ซึ่งการตลาดแบบ Influence นั้น รับรองว่า จะมีผลกับการทำ SEO มากขึ้นเรื่อยๆ ในปีต่อๆ ไปอีกด้วย

แต่หากเรามีบทความ ที่เขียนขึ้นมาจากแหล่งที่มาต่างๆ ก็ควรใส่ ที่มาและการอ้างอิง ถึงการมาของข้อมูลอย่างถูกต้องด้วยเสมอ เพราะมันคือ การสร้างความน่าเชื่อถือของบทความที่เรากำลังเขียนถึงอยู่

และสรุปสุดท้าย ของการสร้าง Content SEO แบบ Google E A T ด้วยหลักเดิม คือ จงเขียนบทความหรือเนื้อหา ด้วยตัวของเราเอง และตอบโจทย์สิ่งที่คนค้นหาคาดหวังว่าจะมาเจอในบทความของเรา เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ และผู้เชียวชาญ เพื่อให้พวกเขาสามารถนำไปบอกต่อผ่านทางสื่อต่างๆ ในการสร้างความน่าเชื่อถือของเรายิ่งๆ ขึ้นไป

รับทำ SEO

 

ปภาดา อมรนุรัตน์กุล (@goople)

ผู้เชี่ยวชาญการตลาดบน Google